WordPress Hosting ที่ไหนดี เลือกยังไงให้ได้ของดีมีคุณภาพ [โพสเดียวครบ]
WordPress Hosting คือ สิ่งสำคัญมากต่อการทำเว็บไซต์ และการทำ SEO ให้ประสบความสำเร็จ โฮสติ้งที่ดีจะส่งผลให้ WordPress ทำงานปกติตลอดเวลา ไม่ขัดข้องบ่อย แสดงผลบนหน้าจออย่างรวดเร็ว บทความนี้มาดูกันว่า WordPress Hosting คืออะไร อยากได้ของดีมีคุณภาพ ต้องพิจารณาอะไรบ้าง มาดูกันเลยครับ
WordPress Hosting คืออะไร
WordPress hosting คือ เว็บโฮสติ้งที่ออกแบบโดยเฉพาะเพื่อรองรับ WordPress เว็บไซต์ WordPress ซึ่งอยู่ใน WordPress Hosting จะทำงานรวดเร็ว มีระบบป้องกันการถูกแฮ๊ก การติดไวรัสของ WordPress มี Plugin พิเศษให้ใช้งาน จึงเหมาะกับผู้ที่เช่าเว็บโฮสติ้งเพื่อจะใช้ WordPress เพียงอย่างเดียว
Web Hosting กับ WordPress Hosting แตกต่างกันอย่างไร
โดยสรุป ความแตกต่าง Web Hosting กับ WordPress Hosting คือ ระบบคอมพิวเตอร์ของ WordPress Hosting ถูกออกแบบมาเพื่อใช้งาน WordPress โดยเฉพาะ ส่วน ระบบ Web Hosting ออกแบบมาเพื่อใช้ร่วมกับ CMS (Content Management System) หลายยี่ห้อ รวมถึง Web Application อื่นๆ

โดยขยายความ WordPress Hosting แตกต่างกับ Hosting ใน 3 ประเด็นหลักดังนี้
ระบบคอมพิวเตอร์เฉพาะเจาะจง
WordPress Hosting ออกแบบเพื่อเฉพาะเจาะจงกับเว็บไซต์ WordPress หมายความว่า Hardware Database Software จะติดตั้งและปรับจูนให้สอดคล้องและเสริมประสิทธิภาพให้กับ WordPress โดยเฉพาะ
ส่วน Web Hosting ที่เป็นบริการโฮสติ้งทั่วไป จะรองรับแพลตฟอร์มเว็บไซต์หลากหลาย เช่น WordPress joomla Drupal และ เว็บแอพพลิเคชั่นอื่นๆ แม้ว่า เว็บโอสติ้งสามารถรองรับ WordPress แต่ขาดการปรับแต่งที่เฉพาะตัว แบบที่ WordPress Hosting นำเสนอ
ระบบ Internet Security
WordPress Hosting จะติดตั้งระบบความปลอดภัยทางอินเตอร์เน็ต เช่น ไฟวอลล์ การสแกนมัลแวร์ และการตรวจสอบความเสี่ยงแบบพิเศษ ซึ่งระบบเหล่านี้จะถูกตั้งค่าเพื่อใช้งานร่วมกับ WordPress โดยเฉพาะ ส่งผลให้เว็บไซต์มีความปลอดภัยจากการโจมตีทางอินเตอร์เน็ต ลดความเสี่ยงการติดไวรัส หรือ เว็บถูกแฮํก
Auto Update for WordPress
WordPress คือ CMS ซึ่งมีการพัฒนาตลอดเวลา ส่งผลให้ต้อง Update Software อย่างต่อเนื่อง โดยปกติ WordPress Hosting จะอัพเดท Software เช่น WordPress Version , PHP , Internet Security , Cache แบบอัตโนมัติ การอัพเดทจะทำให้เว็บไซต์มีประสิทธิภาพการทำงานเพิ่มขึ้น มีความปลอดภัยสูงขึ้นด้วย
เลือก WordPress Hosting ต้องพิจารณาอะไรบ้าง
การพิจารณาว่า WordPress Hosting ที่ไหนดี จึงจะตอบโจทย์และคุ้มค่าที่สุด ดูจาก 6 ปัจจัยนี้
| Performance | Consideration |
|---|---|
| Hosting Performance | ควรเป็น High Speed Hosting |
| Feature | แถมเครื่องมือพื้นฐานฟรี |
| Ease to Use | ควรเป็น Cpanel | Plesk |
| Uptime Guarantee | % ยิ่งสูงยิ่งดี |
| Price | โฟกัสสิ่งที่ได้เทียบกันราคา |
| Customer Review | Good Customer Review |
รายละเอียดทั้ง 6 ปัจจัยมีอะไรบ้าง มาดูกันเลยครับ
1.Hosting Performance (Page Speed)
ระยะเวลาในการแสดงผล (Page Speed) คือ ระยะเวลาตั้งแต่คนใส่ URL ในเว็บเบราว์เซอร์แล้วกด Enter นับจนถึงเว็บเพจแสดงเนื้อหาบนหน้าจอครบถ้วน ยิ่ง Page Speed มีค่าน้อยยิ่งดี เพราะผู้ชมเว็บไซต์จะมองเห็นเนื้อหาได้อย่างรวดเร็วทันใจ

จากประสบการณ์ WordPress hosting จะส่งผลต่อ Page Speed อย่างมีนัยยะสำคัญ เว็บไซต์เดียวกันแต่อยู่คนละโฮสติ้ง ระยะเวลาในการแสดงผลอาจต่างกันอย่างรู้สึกได้ ดังนั้น เราควรเลือกโฮสติ้งที่มี “Good Page Speed Test Results” เพื่อให้เว็บไซต์แสดงผลรวดเร็ว ว่องไว ทันใจผู้ชม
ปัจจัยที่ทำให้ WordPress Hosting ทำงานเร็ว
High Speed WordPress Hosting มักมีองค์ประกอบดังนี้

สถานที่ (Site Location)
Site Location คือ สถานที่ซึ่ง WordPress Hosting Server ตั้งอยู่ ซึ่งมักเป็นห้องที่มีพื้นที่กว้างใหญ่มากๆ ภายในห้องจะมี Computer Server ขนาดใหญ่หลายเครื่อง เปิดทำงาน 7 วัน 24 ชั่วโมง เพื่อให้ผู้คนเข้าดูเว็บไซต์ได้ตลอดเวลา
หลักการเลือก Site Location คือ ใกล้พื้นที่ซึ่งกลุ่มเป้าหมายใช้งานมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ตัวอย่างเช่น หากกลุ่มเป้าหมายคือคนไทย ควรเลือกเว็บโฮสติ้งที่ตั้งในไทย หรือ เอเซีย (สิงค์โปร์ ญี่ปุ่น) เพราะยิ่ง Site Location ใกล้กลุ่มเป้าหมายมากเท่าไหร่ ความเร็วในการรับส่งข้อมูลยิ่งมากขึ้นเท่านั้น
Hardware
Hardware Specification คือ ปัจจัยที่ส่งผลต่อความเร็วในการทำงานของ Hosting ยิ่ง Hardware ประสิทธิภาพสูงเท่าไหร่ ยิ่งทำให้เว็บไซต์แสดง ผลบนหน้าจอเร็วขึ้นเท่านั้น
Hardware Specification ที่แนะนำ
- Hard Disk : ควรใช้ชนิด SSD (Solid State Drive) เพราะทำงานเร็วกว่า ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ 5 เท่า
- CPU : จำนวน CPU ยิ่งมาก Web Hosting ยิ่งทำงานเร็ว
- RAM : จำนวน RAM ยิ่งมาก Web Hosting ยิ่งทำงานเร็ว
CDN
CDN ย่อมาจาก Content Delivery Network คือคอมพิวเตอร์เซิร์ฟเวอร์ที่ช่วยให้เจ้าของเว็บไซต์ส่งข้อมูลไปยังผู้ชมเว็บได้อย่างรวดเร็ว
หลักการทำงานของ CDN คือเก็บองค์ประกอบของเว็บเพจ เช่น HTML File , Image , JavaScript , Video and Other ไว้ เมื่อคนเรียกดูเว็บเพจ CDN ซึ่งอยู่ใกล้ผู้ใช้ที่สุด จะส่งองค์ประกอบไปให้ผู้ใช้ การส่งข้อมูลจึงรวดเร็วว่องไวขึ้น
เราควรเลือก WordPress Hosting ที่มีฟีเจอร์ CDN เพราะทำให้ผู้ชมเห็นเนื้อหาเว็บไซต์เร็ว ขึ้น ประหยัดค่าใช้จ่ายเนื่องจากไม่ต้องเสียเงินไปใช้ CDN ยื่ห้ออื่น ใช้ CDN ของเว็บโฮสติ้งได้เลย
Web Server Software
Web Server Software คือซอฟท์แวร์ซึ่งทำให้คอมพิวเตอร์กลายเป็น Web Server โฮสติ้งความเร็วสูงมักมีคุณลักษณะดังนี้
- ใช้ NGINX และ LiteSpeed เพราะ ทำงานรวดเร็วว่องไว เสถียร ใช้ร่วมกับ CMS ยอดนิยม ( Word Press , Magento , Drupal) ได้ดีเยี่ยม
- มีการ “Specifically Optimized to WordPress Speed” เช่น Custom PHP & MySQL , Memcached และอื่นๆ
2.Feature
Website Feature คือ เครื่องมือของเว็บไซต์ที่ช่วยรับส่งข้อมูล เพิ่มความปลอดภัย แก้ปัญหาเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน เราควรเลือกโฮสติ้งที่แถม Standard Feature มาให้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม โดย Standard Feature มีดังนี้
- SSL
- Email Account (@mydomain.com)
- Automatic Backup
- Spam & malware protection tools
- สร้างได้ +100 Websites per plan ( Unlimited ได้ยิ่งดี)
หากคุณเลือกโฮสติ้งที่ไม่แถมเครื่องมือข้างต้น ก็มีโอกาสสูงที่ซื้อเพิ่มเติม โดยส่วนตัวเสนอว่า ควรเลือกโฮสติ้งที่แถมมาให้เลย จะเป็นการเลือกซึ่งคุ้มค่ากว่าครับ
3.Ease to Use
ควรเลือกโฮสติ้งที่ใช้ “Hosting Management Software” เป็น “Cpanel หรือ Plesk ” เพราะใช้งานง่าย ปัญหาน้อย และมีบทความหรือวิดิโอสอนการตั้งค่าอยู่มากมาย
หากคุณสนใจโอสติ้งซึ่งมี Hosting Management Software เป็นของตัวเอง ไม่ได้ใช้ Cpanel หรือ Plesk ควรตรวจสอบว่า สามารถหาข้อมูลเกี่ยวกับการตั้งค่าโฮสติ้งจากอินเตอร์เน็ตหรือไม่ เพื่อจะได้แน่ใจว่า หลังจากสั่งซื้อแล้ว จะใช้งานโฮสติ้งนั้นได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
4.Uptime guarantee
uptime guarantee คือ การรับประกันให้เว็บไซต์พร้อมใช้งานตามเวลาที่กำหนด มีค่าเป็นเปอร์เซ็นต์ (เช่น 99%)
โดยวิธีการคิด เริ่มจาก กำหนดช่วงระยะเวลา จากนั้นคิด % ค่าที่ได้คือระยะเวลาการรับประกัน ตัวอย่างเช่น Uptime guarantee 99.99 % per month จะหมายถึง เว็บไซต์พร้อมใช้งาน = 43,200 นาที * .9999 = ประมาณ 43,196 นาทีต่อเดือน หรือ ใน 1 เดือน ต้องใช้งานไม่ได้น้อยกว่า 4 นาที
Uptime guarantee มีจำนวนตั้งแต่ 0 – 100 ยิ่งใกล้ 100% ยิ่งดี ดังนั้นเราควรเลือกโฮสติ้งซึ่งรับประกัน Uptime guarantee ใกล้ 100% ให้มากที่สุด
5.Price
ราคาเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องพิจารณา หลักการคือ เน้นโฮสติ้งที่คุณสมบัติโดนใจ ราคาอยู่ในงบ จะดีกว่าใช้โฮสติ้งซึ่งถูกที่สุด แต่ประสิทธิภาพต่ำ การเลือกโฮสติ้งซึ่งทำงานรวดเร็ว ไม่ล่มบ่อย เครื่องมือจำเป็นครบถ้วน มักจะสร้างความพอใจให้เจ้าของเว็บ และเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาวครับ
6.Customer Review
ลองจินตนาการว่า เว็บโฮสติ้ง A โฆษณาว่า ทำงานเร็วปานจรวด , Uptime guarantee 100% , แถมฟีเจอร์ฟรีแบบจุกๆ แถมราคาถูกกว่าคู่แข่งอีก
คำถามคือ คุณจะรู้ได้ไงว่า เว็บโฮสติ้ง A ไม่โม้เกินจริง
Customer Review คือ คำตอบ เปรียบเหมือน Certificate ที่ยืนยันว่า โฮสติ้งทำเหมือนที่โฆษณาหรือไม่
วิธีการคือ หา Customer Review ของโฮสติ้งซึ่งคุณสนใจ หากลูกค้าอดีตและปัจจุบันเขียนว่า พึงพอใจ ได้รับประสบการณ์ที่ดี เมื่อคุณใช้งาน ก็ควรได้ไม่ต่างกัน แต่ถ้าลูกค้าจำนวนมาก ระบายความผิดหวังอย่างเกรี้ยวกราด ให้คะแนนแค่ 1-2 ดาว นี่คือสัญญาณเตือนดังๆว่า ควรพิจารณาให้รอบคอบก่อนซื้อโฮสติ่งดังกล่าว
WordPress Hosting ที่ไหนดี [แนะนำจากประสบการณ์]
แนะนำ 3 WordPress Hosting ที่ทำให้เว็บไซต์แสดงผลไวปานจรวด บริการดี ดังนี้
Site ground

SiteGround คือหนึ่งใน WordPress Hosting ที่ผมชอบที่สุด จุดเด่นของ SiteGround มีดังนี้
- High Speed Hosting : SiteGround คือโฮสติ้งที่มีชื่อเสียงและเชี่ยวชาญเรื่อง Page Speed Hardware จัดให้ลูกค้าแบบจุกๆ ทั้ง SSD Hard Disk , GINX web server, and Super Cache ส่งผลให้เว็บไซต์แสดงผลอย่างรวดเร็ว
- Top Security : มีระบบ Advance Internet Security สำหรับ WordPress โดยเฉพาะ
- Customer Support : Site Ground มีผู้เชี่ยวชาญ WordPress มาให้คำปรึกษา แก้ปัญหาแบบ 24×7 จึงแก้ปัญหาให้ผู้ใช้บริการอย่างรวดเร็วทันที
- Auto – update : Siteground จะอัพเดท WordPress Software & Plugin ให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดโดยอัตโนมัติ
- ราคาคุ้มค่า : ค่าบริการรายปีของ SiteGround เริ่มต้นแค่เดือนละ 5 เหรียญต่อเดือน (จ่ายรายปี) คุ้มค่าสุดๆครับ
บทความแนะนำ : รีวิว SiteGround Hosting : โฮสติ้งเร็วขั้นเทพ พร้อมแถมฟีเจอร์แบบจุก
Pressable

Pressable ก่อตั้งในปี 2010 โดย WordPress Expert ผู้มีประสบการณ์หลายสิบปี เป็นอีกหนึ่งใน WordPress Hosting ที่มีชื่อเสียงเรื่อง Page Speed Performance
จุดเด่นของ Pressable
- High Speed Hosting : Pressable โพกัสเรื่อง Page Speed Performance เป็นพิเศษ Hosting ใช้ Server-level caching ซึ่งช่วยให้เว็บไซต์ทำงานอย่างรวดเร็ว , PHP (lasted version) , HTTP/2 ซึ่งส่งผลให้ WordPress Hosting มีค่า Page Speed ที่ยอดเยี่ยม
- 100% uptime Guarantee : การันตีว่า ใช้งานได้ตลอดเวลา 24×7 ผู้ใช้จึงมั่นใจว่า เว็บไซต์จะใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง ธุรกิจออนไลน์สร้างรายได้แบบไม่มีสะดุด
- Auto update : Pressable จะอัพเดท WordPress Software & Plugin ให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดโดยอัตโนมัติ
- ราคา
- 25$ ต่อเดือน (1 Site)
- 45$ ต่อเดือน (3 Site)
- 90$ ต่อเดือน (Agency Plan)
Hostatom

Hostatom คือ WordPress Hosting ของคนไทย เป็นอีกหนึ่ง Hosting ไทยที่มีชื่อเสียงเรื่องคุณภาพและการบริการ
จุดเด่นของ ฺHostatom
- Site Location : ตั้งอยู่ในเมืองไทย จึงเหมาะสำหรับเว็บไซต์ที่มีผู้ชมส่วนใหญ่เป็นคนไทย
- Customer Support : โฮสนี้โฆษณาว่า มีบริการหลังการขายตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งจากการทดลองใช้ด้วยตัวเอง ก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ ลูกค้าสามารถแจ้งปัญหาหรือสิ่งที่ต้องการปรึกษาผ่านระบบ Ticket จากนั้นไม่เกิน 20 นาที จะมีการแนะนำวิธีปฏิบัติกลับมาให้ บางเคสเจ้าหน้าที่โทรเข้ามาแก้ปัญหาให้ทางโทรศัพท์เลยก็มี จึงถือว่า Hostatom ช่วยแก้ปัญหาต่างๆได้ดีเลย ^_^
- High Performance Computer : SSD Harddisk , ซอฟท์แวร์ใช้ NGINX , Redis Object Cache ซึ่งช่วยให้เว็บไซต์แสดงผลอย่างรวดเร็ว
บทความแนะนำ : รีวิว HostAtom | WordPress Hosting ไทย ใช้งานง่าย บริการดี
สรุป
- WordPress hosting คือ เว็บโฮสติ้งที่ออกแบบโดยเฉพาะเพื่อรองรับ WordPress
- หลักการเลือก WordPress Hosting
- ควรใกล้ผู้ชมเว็บไซต์ เช่น ผู้ชมอยู่ไทย ควรเลือก Hosting ในเอเซีย
- Hard Disk ใช้แบบ SSD (Solid State Drive)
- CPU , RAM ยิ่งมากยิ่งดี
- มีฟังก์ชั่น CDN
- ใช้ NGINX หรือ Lite Speed
- Hosting แนะนำ ถ้าเน้นคุ้มค่าใช้ Siteground , Hostatom
